ชื่อไทย
จิกน้ำ
ชื่อท้องถิ่น
กระโดนทุ่ง กระโดนน้ำ (หนองคาย)/ กระโดนสร้อย (พิษณุโลก)/ จิ๊ก (กรุงเทพฯ)/ จิกน้ำ (ภาคกลาง, สตูล)/ ตอง ปุยสาย (ภาคเหนือ)/ ลำไพ่ (อุตรดิตถ์)/ กระโดน กระโดนน้ำ กระโดนทาม กระโดนทุ่ง (ภาคอีสาน)/ ดัมเรียง เดิมเรียง (เขมร- อ. ท่าตูม สุรินทร์)/ กระโด๊ะ (ส่วย-อ. ท่าตูม สุรินทร์)
ชื่อสามัญ
<p>Indian oak/ Itchy tree</p>
ชื่อวิทยาศาสตร์

Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.

สกุล
Barringtonia
สปีชีส์
acutangula
ชื่อพ้อง

Butonica acutangula (L.) Lam.

Barringtonia rubra Baill. ex Laness.

Caryophyllus acutangulus (L.) Stokes

Huttum acutangulum (L.) Britten

Eugenia acutangula L.

Michelia acutangula (L.) Kuntze

Stravadium acutangulum (L.) Miers

Symplocos multiflora Eberh. & Dubard

ชื่อวงศ์
LECYTHIDACEAE
กลุ่มพรรณไม้
ไม้ต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้น ไม้ต้นหรือไม้พุ่ม สูง 5-15 ม. เปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้นตามยาว สีน้ำตาลอ่อน เปลือกชั้นในมีเส้นใยเหนียว  

ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปไข่กลับหรือรูปไข่กลับแกมรูปใบหอกกลับ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-20 ซม. ปลายมนหรือแหลม โคนสอบเรียว ขอบจักฟันเลื่อยถี่ เส้นแขนงใบข้างละ 7-10 เส้น ก้านใบหนา สีแดง ใบแก่ก่อนร่วงสีส้มอมแดง

ดอก เป็นช่อดอกแบบช่อกระจะ ห้อยลง ออกตามปลายกิ่ง ยาว 20-60 ซม. ดอกมีกลิ่นหอม ฐานดอกรูปถ้วยปลายผายคล้ายรูปลำโพงกลีบเลี้ยง 4 กลีบ สีเขียว ยาว 2-4 มม. โคนกลีบเชื่อมติดที่ขอบฐานดอกรูปถ้วย กลีบดอก 4 กลีบ สีแดง ยาวประมาณ 1 ซม. เมื่อบานม้วนออกางด้านนอก เกสรเพศผู้จำนวนมาก ก้านชูอับเรณูสีแดง  ยาว 1.5-2.5 ซม. อับเรณูสีเหลือง รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ

ผล แบบผลแห้งไม่แตก รูปรี กว้าง 1-3 ซม. ยาว 2-6 ซม. มีสันตามแนวยาว 4 สัน ปลายผลมีกลีบเลี้ยงติดทน

เมล็ด มี 1 เมล็ด

สภาพนิเวศ
กลางแจ้ง
สภาพนิเวศวิทยา

พบตามที่โล่งแจ้ง ริมน้ำ ชายป่า หรือตามทุ่งนาในเขตที่ราบน้ำท่วมถึง พบมากในป่าบุ่งป่าทาม ที่สูงจากระดับทะเลปานกลางถึง 500 ม.

ถิ่นกำเนิด

อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย (อัสสัม) บังกลาเทศ ศรีลังกา เมียนมา ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ควีนส์แลนด์

การกระจายพันธุ์

ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค ในต่างประเทศพบที่อัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย (อัสสัม) บังกลาเทศ ศรีลังกา เมียนมา ภูมิภาคอินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ควีนส์แลนด์

การปลูกและการขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

ระยะเวลาการติดดอก
พฤศจิกายน-กรกฎาคม
ระยะเวลาการติดผล
กุมภาพันธ์-ตุลาคม
ประเภทการใช้ประโยชน์
อาหาร,สมุนไพร,พืชประดับ,พืชวัสดุ,พืชใช้เนื้อไม้,พืชให้ร่มเงา

ใบ ยอดอ่อนมีรสมันอมฝาดเล็กน้อย มักกินเป็นผักสด จิ้มน้ำพริก แก้มลาบ น้ำจากใบแก้ท้องเสีย

เปลือก เมื่อนำทุบแช่น้ำจะให้สีม่วงดำ ใช้ย้อมแห ใช้เป็นยาลดไข้และรักษาไข้มาลาเรีย นำไปทุบแช่น้ำ ใช้แช่เท้ารักษาโรคเท้าเปื่อย น้ำกัดเท้า 

เนื้อไม้ ใช้ทะฟืน เผาถ่าน  แปรรูปทำไม้กระดาน ฝาบ้าน ใช้ทำตียฃนกระติ๊บข้าว

ราก เป็นยาระบายอ่อน ๆ และทำให้อาเจียนน้ำจากใบแก้ท้องเสีย

ผล แก้ไอ แก้หวัด

เมล็ด แก้จุกเสียด

แหล่งอ้างอิง

ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. 2554. “จิกน้ำ”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=1561 (17 มกราคม 2560).

มานพ ผู้พัฒน์, ปรีชา การะเกตุ, ขวัญใจ คำมงคล และศรัณย์ จิระกร. 2561. ป่าบุ่งป่าทามภาคอีสาน. สำนักงานหอพรรณไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรุงเทพฯ.

สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพรรณพืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2557. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติม กรุงเทพฯ.

POWO (2019). Plant of the World Online. Facilitated by the royal Botanic Gardens, Kew. Published on the Internet, https://powo.science. kew.org/. Retrieved 7 September 2022.

TPL. 2013. The Plant List Version 1.1.Published on the Internet; Available Source: http://www.theplantlist.org/ (accessed 1st January), September 7, 2022.

 

รายการรูปภาพ

กลับหน้ารายการพรรณไม้