ชื่อไทย
พลับ
ชื่อสามัญ
<p>Chinese persimmon/&nbsp;Japanese persimmon/ kaki persimmon</p>
ชื่อวิทยาศาสตร์

Diospyros kaki Thunb.

สกุล
Diospyros
สปีชีส์
kaki 
ชื่อวงศ์
EBENACEAE
กลุ่มพรรณไม้
ไม้ผล
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 10 ม.

ใบ ใบสีเขียวเข้มรูปหัวใจ

ดอก พลับมีดอก 3 ชนิด คือ ดอกตัวผู้  ดอกตัวเมีย  และดอกกระเทย ซึ่งดอกแต่ละชนิดอาจจะแยกกันอยู่คนละต้นหรืออยู่ภายในต้นเดียวกันก็ได้ขึ้นอยู่กับพันธุ์ ดอกคล้ายระฆัง ขนาด 2-2.5 ซม. สีขาวถึงเหลือง

พันธุ์ไฮยาคัม (Hyakume) เป็นชนิดสีเนื้อเปลี่ยนแปลง การเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ผลค่อนข้างยาวคล้ายรูปหัวใจ ขนาดค่อนข้างใหญ่ บริเวณส่วนล่างของผลจะมีรอยเส้นเป็นขีดสีดำ สีผิวของผลไม่ค่อยสวย แต่คุณภาพในการับประทานสดดีมาก

สภาพนิเวศ
กลางแจ้ง
สภาพนิเวศวิทยา

พลับสามารถขึ้นได้ดีตั้งแต่ระดับพื้นราบของจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย พบที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 1300-1400 ม. ขึ้นอยู่กับพันธุ์ แต่พันธุ์ที่มีคุณภาพดีและเป็นที่ต้องการของตลาดมักจะต้องการความหนาวเย็นค่อนข้างสูง จึงควรปลูกในพื้นที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 1000 ม.

ดิน ควรมีหน้าดินลึก มีความอุดมสมบูรณ์สูงและมีการระบายน้ำดี pH ประมาณ 6.0-6.5

อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของพลับควรมีค่าเฉลี่ย 14-25 องศาเซลเซียส

ถิ่นกำเนิด

มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน

การปลูกและการขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด ติดตา ต่อกิ่ง

ประเภทการใช้ประโยชน์
อาหาร

รับประทานผลสด

ทำเป็นพลับแห้ง น้ำตาลจากพลับนำไปเป็นสารให้ความหวานในการประกอบอาหาร

ทำน้ำส้มสายชู

เนื้อไม้จากต้นพลับ ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งบ้าน ทำหัวไม้กอล์ฟ

ใช้ในแง่ของการเป็นไม้ประดับ จากลักษณะของทรงพุ่ม การเปลี่ยนสีของใบ การทิ้งใบ และการติดผล

แหล่งอ้างอิง

ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์. 2554. “พลับ”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.qsbg.org/Database/BOTANIC_Book%20full%20option/search_detail.asp?Botanic_ID=2358 (25 กันยายน 2560).

สถานีวิจัยดอยปุย. “ข้อมูลทั่วไปของพลับ”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://doipui.aerdi.ku.ac.th/index.php?option=com_content&view=category&layout=blog&id=23&Itemid=18 (25 กันยายน 2560).

The Plant List. 2013. “Diospyros kaki L.f.”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.theplantlist.org/tpl1.1/record/kew-2769959 (25 กันยายน 2560).

กลับหน้ารายการพรรณไม้