ชื่อไทย
กันเกรา
ชื่อท้องถิ่น
ตำเสา (ใต้,ระนอง)/ ทำเสา(ใต้)/ มันปลา (เชียงใหม่ เหนือ)
ชื่อสามัญ
<p>Tembusu</p>
ชื่อวิทยาศาสตร์

Fagraea fragrans Roxb.

สกุล
Fagraea
สปีชีส์
fragrans
ชื่อพ้อง

Cyrtophyllum fragrans (Roxb.) DC.

Cyrtophyllum giganteum Ridl.

Cyrtophyllum lanceolatum DC.

Cyrtophyllum peregrinum Reinw.

Fagraea peregrina (Reinw.) Blume

Fagraea ridleyi Gand.

Willughbeia fragrans Spreng.

ชื่อวงศ์
GENTIANACEAE
กลุ่มพรรณไม้
ไม้ต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำต้น ไม้ต้น ไม่ผลัดใบ สูง 8-30 ม. เปลือกแตกเป็นร่องลึกตามยาว สีน้ำตาลเข้ม เรือนยอดแน่น รูปกรวยคว่ำ ทรงพุ่มแน่นปลายกิ่งลู่ลง

ใบ  เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าสมสลับตั้งฉากตามปลายกิ่ง รูปรี บางครั้งรูปขอบขนาน รูปไข่ รูปไข่กลับ หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 4-8 ซม. ยาว 7-13 ซม. ปลายแหลม เรียวแหลม หรือยาวคล้ายหาง โคนรูปลิ่มหรือสอบเรียว ขอบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนาคล้ายแผ่นหนัง เป็นมัน เกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน ก้านใบยาว 0.6-1.8 ซม. 

ดอก เป็นช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ยาว 5-15 ซม. ดอกบานเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-2 ซม. กลิ่นหอม กลีบเลี้ยงสีเขียว ยาว 2-3 มม. โคนเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก กลีบดอกแรกบานสีขาวนวล ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสีเหลืองอมส้ม โคนเชื่อมมติดกันเป็นหลอด ยาว 1.2-2.2 ซม.ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้ 5 เกสร ยาวพ้นปากหลอดกลีบดอก ก้านชูอับเรณยาว 1.8-2.3 ซม. รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ก้านยอดเกสรเพศเมียยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอก ยอดเกสรเพศเมียเป็นตุ่ม

ผล แบบผลมีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด รูปทรงกลม เส้มเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-10 มม. ผลอ่อนสีเขียว สุกสีส้มแ้วเปลี่ยนเป็นสีแดง เกลี้ยง เป็นมัน 

เมล็ด ขนาดเล็ก สีน้ำตาลไหม้ มีจำนวนมาก

สภาพนิเวศ
กลางแจ้ง
สภาพนิเวศวิทยา

พบตามพื้นที่ราบต่ำ ป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าชายหาด และป่าบุ่งป่าทาม ที่สูงใกล้ระดับทะเลปานกลางถึง 300 ม. 

ถิ่นกำเนิด

หมู่เกาะอันดามัน เมียนมา ภูมิภาคอินโดจีน ภูมิภาคมาเลเซีย ฟิลิปปินส์

การกระจายพันธุ์

ในประเทศไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ในต่างประเทศพบที่หมู่เกาะอันดามัน เมียนมา ภูมิภาคอินโดจีน ภูมิภาคมาเลเซีย และฟิลิปปินส์

การปลูกและการขยายพันธุ์

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

ระยะเวลาการติดดอก
มีนาคม-มิถุนายน
ระยะเวลาการติดผล
พฤษภาคม-กันยายน
ประเภทการใช้ประโยชน์
พืชประดับ,พืชใช้เนื้อไม้,พืชให้ร่มเงา

ใบ เป็นยาแก้ไข้จับสั่น บำรุงธาตุ แก้หืด รักษาโรคผิวหนังพุพอง

แก่น มีรสมันฝาดขม แก้ไข้จับสั่น หืดไอ แก้ริดสีดวง แก้ท้องมาน แก้ลงท้อง มูกเลือด แก้แน่นอก โลหิตพิการ ขับลม แก้ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนังและร่างกาย บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ เป็นยาอายุวัฒนะ

ช่อดอก ชาวบ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมเก็บช่อดอกมากำบูชาพระ

เนื้อไม้ นิยมใช้ทำเสาบ้านหมอนรางรถไฟ เครื่องเรือน

ผล รสฝาดขม ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น หืด ไอ ริดสีดวง ท้องมาน แน่นหน้าอก  เป็นมูกเลือด แก้พิษฝีกาฬ บำรุงม้าม แก้เลือดลมพิการ เป็นยาอายุวัฒนะ เปลือกบำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน

ไม้ ใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน ทำหีบจำปาใส่ศพ ทำกระดูกงูโครงเรือ เสากระโดงเรือ ใช้เข้ายา บำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น เปลือกบำรุงโลหิต ผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน

แหล่งอ้างอิง

คณะกรรมการวิชาการดำเนินงานส่วนสวนสมุนไพรพืชสวนโลก. 2549. สวนสมุนไพรในงานมหกรรมพืชสวนโลก 2549. Herbal Garden in Royal Flora Expo 2006. บริษัท สามเจริญ พาณิชย์(กรุงเทพฯ) จำกัด.

ฉัตรชัย เงินแสงสรวย, รัมภ์รดา มีบุญญา, ปวีณา เวสภักตร์, ณัฐนนท์ มีพรหม, สิริพร ชดช้อย, วีรีศา บุญทะศักดิ์ และจามิกร วงศ์จิ้ว. 2562. พรรณไม้ในวังสระปทุม. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.

มูลนิธิสวนหลวง ร. ๙. 2547. ไม้นามตามถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ 1. อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด.กรุงเทพมหานคร.

ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. 2555. พรรณไม้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. พิมพ์ครั้งที่ 1. เชียงใหม่ ดอคคิวเมนทารี ดีไซด์ จำกัด. เชียงใหม่. 315 น.

เอื้อมพร วีสมหมาย และปณิธาน แก้วดวงเทียน. 2552. ไม้ป่ายืนต้นของไทย 1. พิมพ์ครั้งที่ 2. เอช เอ็น กรุ๊ป จำกัด. กรุงเทพมหานคร.

POWO (2019). Plant of the World Online. Facilitated by the royal Botanic Gardens, Kew. Published on the Internet, https://powo.science. kew.org/. Retrieved 12 september 2022.

TPL. 2013. The Plant List Version 1.1.Published on the Internet; Available Source: http://www.theplantlist.org/ (accessed 1st January), September 12, 2022.

 

รายการรูปภาพ

กลับหน้ารายการพรรณไม้