ชื่อไทย
กระเจียวพันธุ์บ้านไร่เรด
ชื่อสามัญ
curcuma Siam- tulip
ชื่อวิทยาศาสตร์

Curcuma sp. 'Banrai Red'

สกุล
Curcuma
ชื่อวงศ์
ZINGIBERACEAE
กลุ่มพรรณไม้
ไม้ดอก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลักษณะลำต้นเป็นลำต้นใต้ดินหรือเหง้า ก้านใบที่อัดแน่นจนเป็นลำต้นเทียมเจริญจากตาข้างของเหง้า บริเวณเหนือดิน

ใบ เป็นใบเดี่ยว แผ่กว้างขนาดใหญ่ ประมาณ 3-4 ใบ สีเขียวเข้ม ความยาวใบประมาณ 54 ซม. แผ่นใบคลื่นหยักเล็กน้อย ใต้ใบมีขน

ดอก ประกอบไปด้วยกลีบเลี้ยง 3 กลีบ เหนือรังไข่ โคนกลีบดอกเชื่อมต่อเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบ เกสรเพศผู้เป็นหมัน 3 อัน เปลี่ยนรูปเป็น 3 กลีบที่เรียกว่า กลีบสเตมิโนด (Staminode) และหนึ่งกลีบเปลี่ยนรูปไปเป็นปาก (Lip) เกสรเพศเมียแทรกอยู่ระหว่างอับละอองเกสร และอยู่ระดับสูงกว่าอับละอองเกสรเล็กน้อย ดอกจริงมีสีม่วง 

ช่อดอก เป็นช่อดอกแบบเชิงลดแน่น เกิดในตำแหน่งโคนของใบสุดท้าย ช่อดอกยาวตรง ใบประดับเวียนซ้อนเป็นช่อ โคนของกลีบประดับเชื่อมเป็นถ้วยวนขึ้น ใบประดับส่วนบน (Coma bract) มีลักษณะเป็นทรงรี ปลายใบประดับแหลมสีแดงอมชมพู ใบประดับแข็งปานกลางประมาณ 20-25 ใบ ใบประดับส่วนล่าง (Main bract) มีลักษณะเหมือนตัวยูกลับหัวสีส้มแดง ประมาณ 55-65 ใบ ความสูงของช่อดอก 55-60 ซม. ก้านดอกยาวตรง แข็งแรง ความยาวประมาณ 25-30 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลางของก้านดอกประมาณ 1.7 ซม. 

ผลและเมล็ด ปทุมมาพันธุ์นี้ไม่ติดฝัก

สภาพนิเวศ
ร่มรำไร
การปลูกและการขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด แยกเหง้า และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ประเภทการใช้ประโยชน์
พืชประดับ
แหล่งอ้างอิง

สมชาย และคณะ. มปป. ไม้ตัดดอกเขตร้อน การปลูกปทุมมาและกระเจียว. เอกสารแนะนำกรมส่งเสริมการเกษตร.

กรมวิชาการเกษตร. “บ้านไร่พิงค์”. แหล่งที่มา: www.doa.go.th/pvp/images/stories/indexpp2518/.../annodoa_publicno.110-2.pd(7 พฤษภาคม 2562)

รายการรูปภาพ

กลับหน้ารายการพรรณไม้