Dipterocarpus alatus Roxb. ex G. Don
Dipterocarpus gonopterus Turcz.
Dipterocarpus incanus Roxb.
Dipterocarpus philippinensis Foxw.
ลำต้น ไม้ต้น สูงได้ถึง 40 ม. ลำต้นเปลาตรง เปลือกมักแตกล่อนเป็นแผ่น สีน้ำตาลอมเทา เปลือกในสีน้ำตาลอมแดง พูพอนต่ำ กิ่งอ่อนและหูใบหุ้มยอดมีขน มีรอยแผลหูใบเห็นชัด ตามรอยแผลมีชันใส เมื่อแห้งเหนียว มีกลิ่น ติดไฟง่าย
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 8-35 ซม. ยาว 20-35 ซม. ปลายแหลมหรือเรียวแหลม โคนมนกลมหรือรูปหัวใจ ขอบเป็นคลื่น แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง เป็นลอน ด้านบนสีเขียวเข้ม เกลี้ยง ด้านล่างสีอ่อนกว่า มีขนสั้นนุ่มหนาแน่นตามในกลางใบและเส้นแขนงใบ เส้นใบย่อยเรียงแบบขั้นบันได หูใบหุ้มยอดยาวได้ถึง 7 ซม.
ดอก เป็นช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ห้อยลง ยาว 5-12 ซม. แต่ละช่อมี 3-5 ดอก มีขนสั้นนุ่มหนาแน่น ดอกบานเต็มที่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 ซม. มีกลิ่นหอมอ่อน กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5 แฉก แฉกยาว 2 แฉก แฉกสั้น 3 แฉก หลอดกลีบเลี้ยงมีครีบตามยาว 5 ครีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีขาวอมชมพู บิดเวียน เกสรเพศผู้ประมาณ 30 เกสร อับเรณูรูปหัวลูกศร ปลายมีรยางค์ที่เจริญมาจากแกนอับเรณู รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มี 3 ช่อง แต่ละช่องมี 2 ออวุล
ผล แบบผลเปลือกแข็ง ทรงรูปไข่ กว้าง 2-3 ซม. หลอดกลีบเลี้ยงขยายใหญ่หุ้มผล แต่ไม่เชื่อมติดกับผล มีครีบตามยาว 5 ครีบ แฉกกลีบเลี้ยงขยายใหญ่เป็นปีก ปีกยาว 2 ปีก สีแดง กว้าง 2.0-2.5 ซม. ยาว 7-15 ซม. ปีกสั้น 3 ปีก สีเขียว ยาว 1-1.5 ซม. ผลแห้งสีน้ำตาล
เมล็ด มี 1 เมล็ด มีขนสั้นนุ่ม ปลายมีติ่งแหลม
พบตามป่าดิบแล้ง ริมน้ำ บริเวณที่ราบน้ำท่วมถึง บางครั้งพบตามป่าดิบแล้งบริเวณชายฝั่งทะเล ที่สูงใกล้ระดับทะเลปานกลางถึง 500 ม.
อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา เมียนมา ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู และฟิลิปปินส์
ในประเทศไทยพบทั่วทุกภาค ในต่างประเทศพบที่อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา เมียนมา ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู และฟิลิปปินส์
ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
เนื้อไม้ รับน้ำหนักได้ไม่มาก ใช้ในการก่อสร้างหรือทำเครื่องเรือนที่ใช้ในร่ม
น้ำมันยาง นำไปผสมกับชัน ใช้ยาเรือ อุดรูรั่วของเรือ ยาเครื่องจักสาน ทาไม้ หรือคลุกผสมกับขี้เลื่อยใช้ทำกระบองขี้ไต้สำหรับจุดไฟให้แสงสว่าง หรือจุดเตาไฟให้ติดง่าย น้ำมันยางผสมกับเมล็ดกุยช่าย (Allium tuberosum Roxb.) คั่วให้เกรียม บดให้ละเอียด ใช้อุดฟันแก้ฟันผุ
น้ำต้มเปลือก กินแก้ตับอักเสบ บำรุงร่างกาย ฟอกเลือด บำรุงโลหิต และใช้ทาถูนวด (ใช้ขณะร้อน) แก้ปวดตามข้อ
ฉัตรชัย เงินแสงสรวย, รัมภ์รดา มีบุญญา, ปวีณา เวสภักตร์, ณัฐนนท์ มีพรหม, สิริพร ชดช้อย, วีรีศา บุญทะศักดิ์ และจามิกร วงศ์จิ้ว. 2562. พรรณไม้ในวังสระปทุม. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 2553. “ยางนา”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=274 (12 ตุลาคม 2559).
มานพ ผู้พัฒน์, ปรีชา การะเกตุ, ขวัญใจ คำมงคล และศรัณย์ จิระกร. 2561. ป่าบุ่งป่าทามภาคอีสาน. สำนักงานหอพรรณไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรุงเทพฯ.
วนานันทอุทยาน. 2557. “ยางนา”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://office.csc.ku.ac.th/woodland/index.php/2013-11-18-06-36-8/134-2014-02-17-07-32-25 (12 ตุลาคม 2559).
สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน, ยุทธการ จำลองราช, รุ่งสุริยา บัวสาลี และไพรัช ระยางกูล. 2559. ต้นไม้ ป่า ห้วยขาแข้ง. บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), กรุงเทพฯ.
องค์การสวนพฤกษศาสตร์. 2541. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์. พิมพ์ครั้งที่ 3. โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์. กรุงเทพมหานคร.
POWO (2019). Plant of the World Online. Facilitated by the royal Botanic Gardens, Kew. Published on the Internet, https://powo.science. kew.org/. Retrieved 16 september 2022.
TPL. 2013. The Plant List Version 1.1.Published on the Internet; Available Source: http://www.theplantlist.org/ (accessed 1st January), September 16, 2022.